ลง text link แสดงทุกหน้า ติดต่อ ait.arsenal@gmail.com

โลรอง เผยแข้งไร้พ่ายต่อสู้กันในสนามซ้อม

By
Updated: พฤษภาคม 4, 2020

แบ็คขวาชุดไร้พ่ายของ อาร์เซนอล “โลรอง” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสโมสรเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาคาแข้งให้กับ อาร์เซนอล

โลรอง เผยแข้งไร้พ่ายต่อสู้กันในสนามซ้อม

กับการที่ในห้องแต่งตัวเพียบไปด้วยนักเตะชื่อดังพร้อมด้วยความตั้งใจเพื่อที่จะชนะ, มันไม่ใช่เรื่องประหลาดใจเลยที่จะได้เห็นนักเตะชุดไร้พ่ายเผชิญหน้ากันแบบตาต่อตา

โลรอง ได้เปิดปากบอกเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างนักเตะในระหว่างการซ้อมของ 49 เกมที่น่าเหลือเชื่อ

“แน่นอนมีการต่อสู้กัน” โลรอง กล่าว

“ผมรัก อาร์เซนอล ตรงที่นักข่าวไมได้เข้าไปในการฝึกซ้อม”

“ในสเปนช่วงเวลานั้น มันเปลี่ยนไป, ตอนนี้พวกเขาต้องหยุดยั้งนักข่าวไม่ให้เข้าไปในแต่ละวัน, ตอนที่ผมไปที่ อาร์ฌซนอล ในปี 2000 ผมบอกว่า ‘นี่มันเป็นไปไม่ได้’ ทำไมเหร? เพราะในสเปนนักข่าวเข้าไปในแต่ละวันเพื่อค้นหาประวัติศาสตร์, สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่, ใครทะเลาะกับใคร, ในช่วงเวลาของเรา หากนักข่าวเข้าไปอยู่ที่สนามซ้อมก็จะมีประวัติในแต่ละวัน”

“วิธีที่เราแข่งขันกัน – การต่อสู้ทั้งหมดระหว่างพวกเราเอง ผมเคยต่อสู้กับ เธียรี่, เธียรี่ กับ มาร์ติน, ปาทริค กับ เฟร็ดดี้, เราทุกคนแข่งขันกันอย่างมากและเราก็ต่อสู้กันเพราะเรามีอีโก้กันอย่างมาก, มีโลกส่วนตัวกัน แต่เวลาที่เกมมาถึง เราสู้เพื่อเป้าหมายเดียวกัน”

“คุณต้องการสิ่งนั้น, อีโก้ที่ยิ่งใหญ่ แต่คุณก็มีผู้จัดการทีมด้วยเช่นกันที่รู้จักวิธีการควบคุมอีโก้ที่ยิ่งใหญ่, วิธีควบคุมนักเตะเหล่านั้น, ผมชอบที่จะได้อยู่ในทีมที่คุณเห็นนักเตะเผชิญหน้ากัน, คุณสามารถคุยกับเขา, บอกเขาในสิ่งที่คุณต้องการ แต่เมื่อเกมมาถึง คุณจะเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นเพื่อเป้าหมายเดียวกัน, เพื่อบรรลุสิ่งที่เราได้เตรียมตัวมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นฤดูกาล”

“นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากไม่มีสิ่งนั้นมันก็จะเป็นเรื่องยากในการเอาชนะสิ่งนั้น, ผมไม่ต้องการจะอยู่ในทีมที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราทุกคนเงียบหมด, หากคุณชนะก็ไม่มีปัญหาอะไร, หากคุณแพ้ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน คุณไม่สามารถแข่งขันแบบนั้นได้”

“ในช่วงเวลาของเราเราทุกคนแข่งขันกัน, เราทุกคนต่อสู้ระหว่างกันและกัน แต่ในตอนสิ้นสุดของวัน เราก็ต่อสู้เพื่อเป้าหมายเดียวกันและนั่นคือเหตุผลที่เราจัดการเพื่อเอาชนะสิ่งนั้น”

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply